MK Restaurant

MK Restaurant

MK Restaurant อาหารสุกี้ ที่เป็นที่นิยมกันอย่างมากในหมู่คนไทย และชาวต่างประเทศ ที่มาเที่ยวเมืองไทย จนเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่ง ของประเทศไทยไปแล้ว

MK มีประวัติยาวนาน หลายสิบปีมาแล้วกว่าที่จะพัฒนามาเป็น สุกี้แบบที่ปัจจุบันนิยมทานกันอยู่ราวๆ 40 กว่าปีมาแล้ว (พ.ศ. 2498) มีภัตตาคารจีน ชื่อกวนอา อยู่แถวบางรัก มีรายการอาหารชุดหม้อไฟ เตาถ่าน หม้ออะลูมิเนียม ส่วนของสด ที่เสิร์ฟจะอยู่ในจานเปลขนาดใหญ่ ก็จะมีเนื้อวัว ตับหมู วุ้นเส้น ผักต่างๆ ตอกไข่ใส่ ผสมรวมกันมา ดูน่าทาน น้ำจิ้มจะเป็นสไตล์เต้าฮู่ยี้ แต่รสจัด เวลาไปทานจะไปกันเป็นครอบครัว ไม่ต้องนั่งห้องแอร์

สมัยนั้นคนที่ทานสุกี้แบบนี้เป็นมีไม่มากนัก ต้องเป็นขาประจำจริงๆ จึงจะทานเป็น หลังจากยุคแรกนี้แล้ว สัก 12 ปี ภัตตาคารจีนชื่อโคคา อยู่แถวๆ สยามสแควร์ ก็เริ่มนำเสนออาหาร ชุดสุกี้โดยดัดแปลง เอาเตาแก๊สหม้อเสตนเลส มาใช้งานส่วนของสดนั้น ก็จัดออกมา เป็นชนิดๆ แยกกันสามารถสั่งตามความชอบได้

โดยเพิ่มรายการพวกลูกชิ้นต่างๆ เนื้อปลา เนื้อกุ้ง ปลาหมึก ฯลฯ ใส่ในจานเปลขนาดเล็ก ซ้อนไปซ้อนมา ดูน่าสนุก ส่วนน้ำจิ้มได้เปลี่ยนเป็นสูตรใหม่ ซึ่งใช้ซ้อสพริก และน้ำมันหอยเป็นหลัก ร้านสุกี้ที่เกิดใกล้ๆ

ยุคนี้มีมากมาย หลายยี้ห้อ เช่น แคนตั้น หลาย – หลาย, เท็กซัส, ไซน่าทาวน์, โคคา ยี่ห้อเลียนแบบทั้งหลายแหล่ แต่ที่นับว่าขึ้นชื่อลือชา ก็อยู่ในกลุ่มที่อยู่บริเวณ สยามแสควร์นั่นเองพร้อมๆ กันสุกี้ ในยุคแรกก็ค่อยๆ เสื่อมความนิยมไป แต่สุกี้ในยุคเตาแก๊สนี้ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ สุกี้หลายรายเริ่มมีการขยายสาขาเป็นเครือข่าย 2-3 สาขา

ยุคแรกของ MK Restaurant

เริ่มแรกของMK นั้นเกิดที่สยามสแควร์เป็นร้านอาหารไทย คูหาเดียว ดำเนินกิจการโดยคุณป้าทองคำ เมฆโตโดยซื้อ กิจการมาจากคุณ MAKONG KING YEE(ชื่อย่อเป็น MK ) ซึ่งได้ย้ายครอบครัวไปอยู่ BOSTON ที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2505 คุณป้าทำกิจการมาจนได้ดิบได้ดีอีกทั้งลูกค้าที่มาอุดหนุนทาน ก็ได้ดิบได้ดีไปเช่นกันจนเป็นที่รู้จักในวงการ บันเทิงมากมาย นั่นก็เป็นเพราะความ “ใจดี” ของคุณป้า นั่นเองทาน แล้วไม่มีเงินจ่าย ก็ติดไว้ก่อน ป้าก็ไม่ทวง ทั้งลูกค้าทั้งเจ้าของร้านๆ สนิทสนมกัน เหมือนญาติ เรียกกันพี่ป้าน้า หลานตลอด อาหารขึ้นชื่อสมัยนั้นมี หลายอย่างอาทิ ข้าวมันไก่ เนื้อตุ๋น แป๊ะซะปลาช่อน ผัดไทย ผัดขี้เมา เนื้อย่างเกาหลี (เตาถ่านจริงๆ) ยำแซบๆ ทุกชนิด อีกทั้งมีเค้กแสนอร่อยขายตอนปีใหม่อีกด้วย

กิจการค้าเริ่มก้าวหน้า ไปเป็นลำดับ จาก 1 คูหา ขยายเป็น 2 คูหา จวบจนล่วงเข้าปี 2527 ห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่มผุดขึ้นหลายๆแห่ง คุณป้าได้รับการชักชวนให้ไป เปิดร้านในเซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว ของนายห้างสัมฤทธิ์ จิราธิวัฒน์ และให้ชื่อร้านใหม่ว่า ร้านกรีน เอ็ม เค ซึ่งก็ยังคงเป็นร้านอาหารไทยอยู่เช่นเดิมและมี ลูกค้ากลุ่มครอบครัว และออฟฟิตเข้ามาอุดหนุนกันอย่างคับคั่ง

ยุคที่สองของ MK Restaurant

ใน 2 ปีถัดมาก็คุณ สัมฤทธิ์ ได้ชักชวน ให้มาเปิดร้านสุกี้ mk สาขาแรกในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าวนั่นเอง ซึ่งขณะนี้ลูกชายลูกสาว และลูกเขยของ คุณป้าทองคำ ก็ได้มาช่วยบริหารงานตาม วิธีการแผนใหม่ และทำการขยายสาขาขึ้น อย่างต่อเนื่อง 14 ปีหลังจากนั้นก็สามารถขยายสาขาไปทั่วกรุงเทพและต่างจังหวัด ได้รวมๆกัน 153 สาขาโดยใช้หลักการบริการที่ นำความพอใจมาสู่ลูกค้าเป็นแกนนำ การฝึกอบรมพนักงาน อย่างจริงจัง และถนอมน้ำใจ ของลูกน้องทุกๆคน เหมือนเป็นครอบครัวใหญ่ครอบครัวหนึ่ง การตั้งหน้าตั้งตาปรับปรุง ระบบงาน อยู่ตลอดเวลา (CONTINUOUS IMPROVEMENT) การเลือกตั้งร้านที่เหมาะสม ตั้งราคาอาหาร เหมาะสม กับกำลังทรัพย์ ของคนชั้นกลาง และครอบครัวและเน้นการฝึก ผู้จัดการที่มี ความสามารถ สิ่งเหล่านี้เป็นรากฐานค้ำจุน MK ให้เติบโตได้อย่างแข็งแรง จวบจนทุกวันนี้

ยุคที่สามของ MK Restaurant

เริ่มราวปี 2539 (ประมาณ 14 ปีที่แล้ว) โดยภัตตาคาร เอ็ม เค เริ่มเปิดสาขาแรกที่ห้าง เซ็นทรัล ลาดพร้าว โดยเปลี่ยนหม้อต้ม เป็นหม้อไฟฟ้าซึ่งจะปลอดภัยกว่าระบบใช้แก๊ส ส่วนอาหารและ น้ำจิ้มนั้น คงใช้สูตรดั้งเดิมที่เป็นที่นิยมอยู่แล้ว แต่ดัดแปลงให้ถูกโภชนาการมากขึ้น เช่นลดการใช้ผงชูรสลงนำการ บริหารร้านอาหารแบบมืออาชีพ เข้ามาจัดการในงานบริการ และคุณภาพอาหารการตลาด การออกแบบร้าน และ การออกแบบ ผลิตภัณฑ์ภัตตาคารเอ็มเค สามารถขยายสาขาได้อย่างรวดเร็ว โดยเลือกสถานที่ที่สะดวกแก่ลูกค้า ทำให้มี 148 สาขาทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัดในขณะที่สุกี้อื่นๆ ในเมืองไทยมีไม่เกิน 10 สาขายุคนี้ถือว่าเป็นยุคที่ทำให้ คนไทยทุกชนชั้น ทุกเพศ ทุกวัย มีโอกาสรับประทานสุกี้ จนเป็นอาหารประจำอย่างหนึ่งของคนไทย

ยุคในปัจจุบัน

เรายังพอหาทานสุกี้ยุคแรกได้ที่ ร้านกวนอา ตรงต้น ถนนสาทรเหนือฝั่งพระราม 4 ส่วนสุกี้ยุคสองนั้น จะหายากหน่อยเพราะ ร้านส่วนใหญ่กลัวอันตรายจากแก๊ส หันมาใช้เตาไฟฟ้ากันหมด

ขอขอบคุณข้อมูลจาก MK Restaurant

ติดตามบทความอื่น ๆ ได้ที่ : ธุรกิจมาแรงธุรกิจที่น่าลงทุน เรียบเรียงโดย : รีวิวสล็อตออนไลน์SLOTXO