อยากเปิดร้านกาแฟ ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

อยากเปิดร้านกาแฟ

เชื่อว่าหลายๆคน อยากเปิดร้านกาแฟ เพราะทุกวันนี้ธุรกิจร้านกาแฟหรือร้านคาเฟ่แข่งขันกันด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นและแตกต่าง ไม่เว้นแต่ดีไซน์การตกแต่งของร้าน บรรยากาศ เมนูที่สร้างสรรค์ รสชาติที่แตกต่างและถูกใจ รวมไปถึงสถานที่หรือทำเลที่สะดวก

อย่างไรก็ตาม หากอยากเปิดร้านกาแฟและต้องการผลักดัน ให้ธุรกิจร้านกาแฟของคุณอยู่รอดได้ ผู้ประกอบการต้องแปลงรูปแบบของธุรกิจ (Business Model) นั้นเป็นรูปแบบทางการเงิน (Financial Model) ให้สอดคล้องกับแผนธุรกิจร้านกาแฟในฝันให้ได้ ได้แก่

1.ประมาณการเงินลงทุนอย่างเหมาะสม เข้าใจโครงสร้างต้นทุน
2. กำหนดราคาขาย สามารถบริหารเงินทุนหมุนเวียน
3. วิเคราะห์จุดคุ้มทุนว่าจะต้องขายให้ได้กี่แก้วต่อเดือน หรือมียอดขายเท่าไรเพียงพอชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ
4. ประเมินระยะเวลาคืนทุนได้ จะกี่เดือน กี่ปี และสามารถวิเคราะห์อัตราผลตอบแทน เพื่อวางแผนปรับปรุงการบริหารงานต่อไป

เงินลงทุนร้านกาแฟเริ่มต้น

ได้แก่ เงินค่าก่อสร้าง ค่าออกแบบ ค่าตกแต่งร้าน ค่าป้าย เฟอร์นิเจอร์ โต๊ะและที่นั่ง ของตกแต่งร้าน เคาเตอร์กาแฟ ค่าวางระบบไฟฟ้า ระบบน้ำ เครื่องปรับอากาศ เครื่องเก็บเงิน (แคชเชียร์ หรือระบบ POS) เครื่องชงกาแฟ อุปกรณ์ชงกาแฟ เครื่องบดกาแฟ เครื่องปั่นน้ำ เครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ หากมีเมนูอาหารหรือขนมด้วย ต้องเพิ่มไมโครเวฟ เตาปิ้ง ตู้แช่เค้ก ตู้เย็น เครื่องทำวาฟเฟิล จิปาถะตามเมนูในร้านที่รังสรรค์ขึ้นมา

ดังนั้นต้องคิดให้ดีๆ ก่อนว่าจะขายอะไรบ้าง เงินลงทุนโดยประมาณเริ่มต้นจาก 300,000 บาท จนถึง 2,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับพื้นที่ของร้านด้วย

เงินทุนหมุนเวียนที่จำเป็นในการทำร้านกาแฟ

+ วัตถุดิบสินค้า เช่น เมล็ดกาแฟ นมสด นมข้นหวาน น้ำตาล วิปครีม น้ำสะอาด ผงวนิลา ผงช็อกโกแลต ไซรับ น้ำแข็ง ซองน้ำตาล ซองครีมเทียม เป็นต้น ประเมินว่าจะต้องเก็บไว้เท่าไร คำนวณคร่าวๆ ว่าจะขายกี่แก้วต่อวันหรือต่อสัปดาห์ วัตถุดิบบางอย่างเก็บไว้นานไม่ได้ เช่น นมสด ต้องประมาณว่าจะใช้เท่าไร มากไปก็เหลือจนเสีย น้อยไปก็ต้องหาเวลาไปซื้อให้ทัน

+ บรรจุภัณฑ์ เช่น แก้วกาแฟ (กระดาษสำหรับเครื่องดื่มร้อน พลาสติกใสสำหรับเครื่องดื่มเย็น) ฝาปิด ไม้คน หลอดดูด กระดาษทิชชู่ เป็นต้น ในกรณีของแก้วกาแฟ บางคนอยากจะทำโลโก้ร้านสกรีนบนแก้วกาแฟ ต้องพิจารณาให้ดีว่าจะต้องทำขั้นต่ำกี่แก้ว บางโรงงานขอขั้นต่ำ 10,000 – 30,000 แก้ว ยิ่งสั่งทำน้อย ราคาต่อแก้วยิ่งสูง ราคาแก้วกาแฟเย็น ขนาดแก้วไม่เท่ากันอีก ที่ร้านมีพื้นที่เก็บแก้วจำนวนมากหรือไม่

+ ค่าเช่าสถานที่ ควรศึกษาสัญญาเช่าให้ละเอียดว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง เช่น ค่าเช่ารายเดือน ค่าเช่าจ่ายล่วงหน้ากี่เดือน และเงินมัดจำหรือเงินประกันตามสัญญาเช่า ซึ่งเงินมัดจำจะได้คืนเมื่อหมดสัญญาเช่าหรือจะถูกยึดไป เมื่อไม่สามารถชำระค่าเช่ารายเดือนตามที่ตกลงไว้ 

ค่าเช่าสถานที่เป็นค่าใช้จ่ายคงที่ หรือต้นทุนคงที่ในกรณีที่สัญญาเช่ากำหนดให้ชำระเท่าๆ กันทุกเดือน และจะเป็นต้นทุนผันแปรเมื่อสัญญาเช่าระบุให้กำหนดเป็น GP หรือ Gross Profit คำนวณเป็นร้อยละต่อยอดขาย เช่น GP 18% ผู้ประกอบการจะคำนวณค่าเช่าจาก ยอดขาย (100,000 บาท) คูณอัตรา GP ร้อยละ 18 จะต้องชำระค่าเช่าเท่ากับ 18,000 บาทช

+ ค่าจ้างพนักงาน ทั้งพนักงานประจำ และพนักงาน Part Time หรือรายวัน ต้องคำนวณให้ได้ว่าควรมีพนักงานกี่คน มากน้อยตามความเหมาะสมของเวลา ของจำนวนลูกค้าเข้ามาใช้บริการ นอกเหนือจากค่าจ้างแล้วต้องพิจารณาเรื่องสวัสดิการ โบนัส ค่าทำงานนอกเวลาหรือ OT เป็นต้น

+ ค่าสาธารณูปโภค ควรคำนวณให้ได้ว่าจะเสียค่าไฟฟ้าค่าน้ำประปาเท่าไรต่อเดือน สามารถเทียบเคียงกับร้านข้างเคียงได้

อยากเปิดร้านกาแฟ ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?
อยากเปิดร้านกาแฟ ต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน ?

เลือกสถานที่อย่างเหมาะสม

1. Stand – Alone เป็นอาคารอิสระหรือห้องเช่าที่มีพื้นที่ประมาณ 50 ต.ร.ม. ขึ้นไป ร้าน Stand – Alone อาจตั้งอยู่ตามย่านชุมชน ห้างสรรพสินค้า อาคารสำนักงาน หรือพลาซ่าใหญ่ๆ 2. Corner หรือ Kiosk ร้านกาแฟขนาดกลาง ใช้พื้นที่ประมาณ 6 ต.ร.ม.ขึ้นไป ลักษณะเป็นมุมกาแฟภายในอาคาร ศูนย์การค้า หรือพลาซ่า ร้านกาแฟประเภทนี้อาจจัดให้มีที่นั่ง จำนวนเล็กน้อย 3. Cart ร้านกาแฟขนาดเล็กประเภทรถเข็น ใช้พื้นที่ประมาณ 3 ต.ร.ม. สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก หาทำเลที่ตั้งได้ง่าย ทำให้เข้าถึงตลาดได้ทุกระดับ

จากนั้นมาดูเรื่องงบประมาณการลงทุนในแบบรถเข็นหรือคีออสนั้นเราสามารถลงทุนได้ง่าย ถ้าไม่สนใจแฟรนไชส์ก็หาอุปกรณ์การขายเอง ออกแบบรถเข็นหรือคีออสกันเอง ดีไซน์ตามชอบใจแต่งบประมาณเบื้องต้นก็อยู่ในหลักหมื่นเป็นอย่างน้อย จะมีที่ต้องลงทุนมากหน่อยคือแบบ Stand Alone ที่จะใช้เงินลงทุนเริ่มแรกประมาณ 300,000 ถึง 1,500,000 บาท ซึ่งโครงสร้างต้นทุนของร้านกาแฟรูปแบบนี้ส่วนใหญ่จะอยู่ในลักษณะที่ใกล้เคียงกัน คือลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ประมาณ 90% ได้แก่

ค่าก่อสร้างออกแบบและตกแต่งสถานที่ ค่าวางระบบต่างๆ (ไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ระบบเก็บเงิน) ค่าอุปกรณ์ รวมถึงต้องมีเงินทุนหมุนเวียนเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้นประมาณ 10% ได้แก่ ค่าวัตถุดิบสินค้า ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าจ้างพนักงาน ค่าเช่าพื้นที่ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร เป็นต้น

คราวนี้ใครที่ อยากเปิดร้านกาแฟ ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปคิดคำควณอย่างรอบคอบ เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้น

ข้อมูลที่น่าสนใจ : แบรนด์แฟชั่นแถวหน้าของเมืองไทย ดังไกลระดับโลก
เรื่องที่น่าสนใจ : แนะนำ ข้าวเหนียวมะม่วง Online